ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกใช้หลอดไฟ
เนื้อหา : พูดถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกใช้หลอดไฟ
ถามโดย : คุณชนิกานต์
ตอบโดย : อ.ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์
- หลอดตะเกียบมีการโฆษณากันยกใหญ่ เมื่อปีที่แล้วมีการนำพรีเซนเตอร์ระดับชาติมาประชาสัมพันธ์ว่า
ประหยัดพลังงาน และประหยัดชาติ ให้ช่วยๆกันใช้ โดยเน้นด้านการเปรียบเทียบกับ
หลอดใส้
- ผู้โฆษณาหลอดตะเกียบไม่เคยเปรียบเทียบกับหลอดนีออนเลย
หลอดนีออนในที่นี้เป็นภาษาชาวบ้าน เพราะจริงๆแล้วก็คือ หลอดฟลูออเสรเซ็นทฺนั่นเอง
หากพิจารณาเรื่องประสิทธิภาพ Efficacy ของพลังงานที่ใช้ไป (watt) กับแสงสว่างที่ส่องออกมานั้น
(lumen) จะพบว่า efficacy ของหลอด ตะเกียบ เลวกว่าหลอดฟลูออเรสเซนท์
กล่าวคือ หลอดตะเกียบจะมี efficacy = 42.00 lumen/watt ส่วนหลอดฟลูออเรสเซนท์
= 57.80 lumen/watt
- หากพิจารณาที่ financial efficiency คือประสิทธิภาพของการลงทุน
(ค่าหลอด ค่าสายไฟ และค่าแรงติดตั้ง) จะพบว่าเงินแต่ละบาทกับแสงสว่างที่ส่องออกมา
หลอดตะเกียบตกเหวตกกระป๋องเลย กล่าวคือ หลอดตะเกียบ = 1.3 lumen/baht
และหลอดฟลูออเรสเซนท์ = 9.3 lumen/watt
- อายุการใช้งานของทั้งสองอย่างเท่ากัน กล่าวคืออยู่ที่ประมาณ
๑๐,๐๐๐ ชั่วโมง แต่ทั้งนี้ไม่เคยมีการ พิสูจน์กันในประเทศไทยเราเลย
เนื่องจากลักษณะการวัดชั่วโมงการทำงานตาม UL standard (เขาบอกมา) กับลักษณะการใช้นอกบ้านที่ร้อนและชื้นอย่างบ้านเรา
มันแตกต่างกันมาก ทำให้หลายท่าน รู้สึกว่า ทำไมใช่หลอดตะเกียบแค่ ๓
เดือนก็เจ๊งแล้ว
- หากพิจารณาที่ Country Economy จะพบว่า ทุกบาททุกสตางค์ที่เราใช้หลอดตะเกียบ
เราจะต้อง ส่งเงินออกนอกประเทศทั้งหมด (ประเทศชาติเสียดุลย์) แต่หลอดฟลูออเรสเซนท์นั้น
ทำในประเทศไทย เกือบทั้งหมด และการติดตั้งก็ใช้แรงงานไทยด้วย หากทุกคนหันมาใช้หลอดตะเกียบ
โรงงานไทยก็ต้อง ปิดตัว แรงงานไทยก็ตกงาน ทั้งโจรและโสเภณีคงจะเพิ่มจำนวนขึ้นอีก
เป็นอัตราส่วนที่เราใช้หลอด ตะเกียบอย่างไม่คิด
- เมื่อประกาศข้อมูลออกไปก็มีคนมาติดต่อ เพราะว่าผมเองเป็นคนปากสว่าง
ปากล้า (และปากเสีย) พอพบข้อมูลตรงนี้ก็เอาไปประกาศโดยทั่ว ทั้งทางการเลคเช่อร์
ทางหนังสือพิมพ์ ทางวิทยุ ฯลฯ ก็เลยมีคนจากองค์กรหนึ่ง (ที่คุณประกิตติรู้จักดี
แถมคุณพ่อตาผมก็เคยทำงานอยู่ที่นั่นด้วย) บอกว่าให้ผมเลิกพูดเรื่องนี้ได้ไม๊
ผมจึงถามว่าทำไมหรือ ..เขาบอกว่า ตอนนี้ที่ประชาสัมพันธ์อย่างรุนแรง
เร่งเร้า ก็เพื่อให้คนไทยใช้หลอดตะเกียบเยอะๆ จะได้เกิด Economy Scale
แล้วเมื่อนั้นองค์กรเขาก็จะตั้งโรงงานผลิตหลอดตะเกียบ ....น่าตกใจไหมครับ
- รัฐวิสาหกิจไม่น่าจะมีหน้าที่มาตั้งโรงงานหลอดตะเกียบมั๊งครับ
เพราะน่าจะทำหน้าที่ตัวเองให้สมบูรณ์ และไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่ได้มีหน้าที่จะพยายามมาตั้งโรงงานหลอดตะเกียบ
และยิ่งเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์โดยใช้เงินของรัฐให้ประชาชนเข้าใจผิดด้วย
ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย
- เขายอมรับข้อมูลผม เพราะเมื่อถามจี้เข้าไปจริงๆก็ยอมรับ
ผมก็เลยขอร้องเขาไปว่าให้เขาเลิกโฆษณา ที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดอย่างนั้นเสียเถอะ
ไม่ดีเลย .....ถ้าสังเกตดูในรอบ ๖ เดือนที่ผ่านมา หนังโฆษณา นี้จะหายไป
แต่คงไม่ใช่เขาจะมากลัวผมหรอกนะครับ
- พอหลอดตะเกียบจีนแดงเข้ามาเลยชักจะยุ่งกันใหญ่
เพราะทั้งราคา (และมาตรฐานตามเข้าบอก) มันแปลกๆ ไป บริษัทฝรั่งสองบริษัท
ก็วิ่งไปหาองค์กรนั้น แล้วก็ให้ทาง ม.อ.ก. ทดสอบ (เพื่อจะบอกว่าของจีนแดง
ไม่มีมาตรฐาน) ผมเลยแกล้งติดต่อไปที่ ม.อ.ก. ถามถึงวิธีการทดสอบทำยังไง
ก็ยังไม่มีคำตอบครับ (ผมเป็นเสือใส่เกือกดีไม๊ครับ)
CONCLUSION ผมเองไม่ได้แอนตี้หลอดตะเกียบไปทั้งหมดหรอกครับ
หากจะใช้หลอดสองหลอด เพื่อเปลี่ยนจาก หลอดใส้อย่างง่ายๆ ไม่ต้องไปจ้างช่างมาติดตั้ง
แล้วก็ไม่เป็นจุดที่ใช้สายตาอ่านหนังสือ (เช่นในห้องประชุม ในห้องรับ แขก
ห้องเรียน) ก็ไม่เป็นไร (คงพอทราบนะครับว่าแสงจากหลอดตะเกียบจะทำลายม่านตามนุษย์)
เพราะแม้เราจะจ่าย เงินแพงหน่อย แต่สะดวกแล้วชุ่มหัวใจ (บางห้อง) ว่าประหยัดพลังงานก็
โอเค. แต่ต้องไม่มาย้อมสมองกันให้เข้าใจผิด แบบนี้ ก็เท่านั้นเองแหละครับ