| สิทธิประโยชน์ด้านแรงงานสัมพันธ์ 1. กรณีเจ็บป่วย 15 เดือน 1.2 มีสิทธิเข้ารับการรักษาฟรีเมื่อเจ็บป่วย ณ สถานพยาบาลที่ระบุในบัตรรับรองสิทธิ หรือสถานพยาบาล เครือข่าย 1.3 กรณีฉุกเฉินและอุบัติเหตุ ซึ่งไม่สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล ที่ระบุไว้ในบัตร รับรองสิทธิ ได้ในทันที กรณีฉุกเฉิน มีสิทธิเข้ารักษาพยาบาลในสถานพยาบาลรัฐและเอกชน ไม่เกิน 2 ครั้ง/ ปี ดังนี้ ปฏิบัติการ ไม่เกิน 200 บาท / ครั้ง และค่าหัตถการจากแพทย์ จ่ายไม่เกิน 200 บาท / ครั้ง (2) ผู้ป่วยในเบิกค่ารักษาได้ไม่เกิน 2 ครั้ง จ่ายไม่เกินวันละ 1,500 บาท ค่าห้อง ค่าอาหาร จ่ายไม่เกิน วันละ 700 บาท และค่ารักษาในห้อง ICU จ่ายไม่เกินวันละ 2,000 บาท ในกรณีมีการผ่าตัดใหญ ่ไม่เกิน 2 ชม. จ่ายไม่เกิน 8,000 บาท เกิน 2 ชม. จ่าย ไม่เกิน 14,000 บาท (3) ในกรณีรักษาด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง (CT SCAN หรือ MRI) จ่ายไม่เกิน 4,000 บาท/ครั้ง กรณีอุบัติเหตุ ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่รักษา
พยาบาลได้ไม่เกิน 500 บาท/ครั้ง ค่ารถรับจ้างเหมาจ่าย 300 บาท/ครั้ง หากข้ามจังหวัดจ่าย กม.ละ 90 สตางค์.
1.4 ได้รับค่าทดแทนการขาดรายได้ร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ตามคำสั่งแพทย์ไม่เกินครั้งละ
90 วัน ปีหนึ่ง 1.5
ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรคเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น
ตามท้ายประกาศสำนักงาน 1.6 ค่าทันตกรรม เบิกได้กรณี ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน ครั้งละไม่เกิน 200 บาท ปีละ ไม่เกิน 400 บาท 1.7
ได้รับค่าอวัยวะเทียม/อุปกรณ์บำบัดรักษาโรค ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการ 1.8 ได้รับค่าบริการทางการแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีหรือโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น
2. กรณีทุพพลภาพ
2.1 ต้องเป็นผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมไม่น้อยกว่า
3 เดือน ภายในเวลา 15 เดือน 2.2 ค่ารักษาพยาบาล จ่ายไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท 2.3 ได้รับค่าทดแทนการขาดรายได้ ร้อยละ 50 ของค่าจ้างตลอดชีวิต 2.4 ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรคตามประกาศสำนักงานประกันสังคม 2.5
หากผู้ทุพพลภาพเสียชีวิต (เฉพาะผู้ทุพพลภาพตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2538)
ผู้จัดการศพ จะได้รับค่าทำศพ 30,000 บาท และผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับเงินทดแทนการขาดรายได้
ที่ผู้ทุพพลภาพได้รับเดือน 3. กรณีตาย 3.1 ต้องเป็นผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนไม่น้อยกว่า 1 เดือน ภายใน 6 เดือนก่อนวันตาย 3.2 ผู้จัดการศพได้รับค่าทำศพ 30,000 บาท 3.3
เงินสงเคราะห์แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายเดือนคูณ
ด้วย 3 ถ้าส่งเงิน 4. กรณีคลอดบุตร 4.1 ต้องเป็นผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนไม่น้อยกว่า 7 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันคลอด 4.2
ได้รับเงินสงเคราะห์ระหว่างการหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรในอัตรา ร้อยละ 50
ของค่าจ้าง เฉลี่ยเป็นระยะ 4.3 ค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 4,000 บาท/ครั้ง มีสิทธิได้รับคนละ 2 ครั้ง (กรณีสามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่) 5. กรณีสงเคราะห์บุตร
ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบครบ 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน
กรณีที่ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตรเป็นผู้ทุพพลภาพหรือ
ถึงแก่ความตาย 6. กรณีชราภาพ ผู้ประกันตนที่มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสภาพความเป็นผู้ประกันตนจะได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ ดังนี้
6.1 บำนาญชราภาพ ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบ 180 เดือนขึ้นไป โดยได้รับในอัตราร้อยละ
15 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย กรณีที่จ่ายเงินสมทบเกินกว่า 180 เดือน
ให้ได้รับเพิ่มขึ้นในอัตรา ร้อยละ 1 ต่อปี หากกรณีผู้ 6.2 บำเหน็จชราภาพ กรณีที่ผู้ประกันตนนำส่งเงินสมทบน้อยกว่า 180 เดือน จะได้รับบำเหน็จชราภาพ ดังนี้
7. กรณีถูกเลิกจ้าง
ผู้ประกันตนที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างจะได้รับความคุ้มครองการประกันสังคม
4 กรณี คือ กรณีประสบอันตราย
ทั้งนี้ ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ได้ขยายระยะเวลาให้ความคุ้มครองผู้ประกันตนที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง
ตั้งแต่วันที่ 31 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สำนักงานประกันสังคม โทร.968-9866-73 สายด่วน 1506 สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 6 แห่ง และสำนักงานประกันสังคมจังหวัด กรณีประกันตนอิสระ 1. ผู้ที่ต้องการสมัครเป็นผู้ประกันตนอิสระ จะต้องเป็นผู้ที่ไม่เคยเป็นผู้ประกันตนมาก่อน 2.
มีอายุระหว่าง 15 60 ปี ไม่เป็นผู้ทุพพลภาพและโรค ดังนี้ วัณโรคในระยะอันตราย,
พิษสุราเรื้อรัง หรือโรค 3.
ต้องจ่ายเงินสมทบปีละ 3,360 บาท ถ้าสมัครระหว่างปี จะคิดคำนวณตั้งแต่เดือนที่สมัครถึงสิ้นปีและปีต่อไป 4. จะได้รับความคุ้มครอง 3 ประการ คือ
4.1 กรณีคลอดบุตร : ต้องเป็นผู้ประกันตนไม่น้อยกว่า 9 เดือนติดต่อกัน ได้รับค่าคลอดบุตร
จำนวน 4.2
กรณีทุพพลภาพ : ต้องเป็นผู้ประกันตนไม่น้อยกว่า 3 ปีติดต่อกัน โดยรับเดือนละไม่เกิน
1,000 บาท 4.3
กรณีตาย เป็นผู้ประกันตนตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป จะได้รับค่าทำศพในอัตรา 100
เท่าของ ค่าจ้างขั้นต่ำ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สำนักงานประกันสังคม โทร.968-9866-73 สายด่วน 1506 สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 6 แห่ง และสำนักงานประกันสังคมจังหวัด |