การพัฒนาและฝึกอบรม
 
  แผนการฝึกอบรมที่เป็นทางการ ถือเป็นการพยายามของผู้บังคับบัญชา หรือเจ้าของกิจการที่ให้โอกาสต่อพนักงาน ในการที่จะทำให้เกิดความชำนาญในงานที่ทำนั้น ตลอดจนให้มีทัศนคติที่ดีและมีความเข้าใจเพิ่มขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปมีวัตถุประสงค์ดังนี้
 

     1. เพื่อยกระดับปริมาณผลผลิต

     2. เพื่อยกระดับคุณภาพของผลผลิต

     3. เพื่อลดต้นทุนของงานที่จะเสียหายและต้นทุนในการซ่อมแซมเครื่องจักร

     4. เพื่อลดจำนวนและต้นทุนของการเกิดอุบัติเหตุ

     5. เพื่อลดอัตราการลาออกและการขาดงาน และเสริมสร้างความพอใจในหน้าที่งาน

   
  แผนการฝึกอบรมที่ดี นอกจะมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนแล้วจะต้องมีเป้าหมายที่แน่ชัดด้วย โดยมุ่งที่ผลงาน (Performance-centered Goal) ซึ่งจะช่วยให้การประเมินผลทำได้สำเร็จอย่างชัดเจน เช่น มีการระบุเป้าหมายการฝึกอบรมว่า ต้องการให้ผู้เข้ารับการอบรม สามารถที่จะพิมพ์ข้อความได้ในในอัตราความเร็ว 40 คำต่อนาที เป็นต้น เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจน ก็จะช่วยให้วิทยากรผู้ทำการฝึกอบรม สามารถทำการฝึกอบรมได้ดีขึ้น พร้อมกับช่วยส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม สามารถเรียนรู้เนื้อหาต่าง ๆ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ดียิ่งขึ้น
   
การพิจารณาความต้องการและปัญหา ที่จะต้องมีการฝึกอบรม
  การพิจารณาความต้องการในการฝึกอบรม (Training Need) หมายถึง การสำรวจและการพิจารณา เพื่อค้นหาความจำเป็นและความต้องการ ที่จะต้องมีการจัดการฝึกอบรมขึ้น ซึ่งอาจมีความมุ่งหมายทั้งเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพ ความสามารถ ความชำนาญต่าง ๆ หรือเพื่อแก้ไขปัญหาบางอย่างให้ดีขึ้น
ขณะเดียวกัน ในขณะที่การพิจารณาความต้องการนั้น สิ่งที่ต้องคิดพิจารณาและจัดทำควบคู่กันก็คือ การพิจารณากำหนดมาตรฐานผลงานที่ต้องการ และเป็นเครื่องวัดผลงานที่ประสงค์จะให้ทำตามที่ต้องการ นั่นก็คือ การต้องมีการวินิจฉัยว่า ผลงานที่ควรกระทำได้นั้นคืออะไรและเป็นอย่างไร หรือควรจะต้องทำให้ได้ถึงขนาดไหน
การพิจารณาความจำเป็นและความต้องการฝึกอบรม และการพิจารณากำหนดมาตรฐานผลงานที่ต้องการนี้ จะนำไปสู่การกำหนดเป้าหมายของการฝึกอบรม
   
เป้าหมายของการฝึกอบรม
  การกำหนดเป้าหมายของการฝึกอบรม หมายถึง การเขียนระบุเป้าหมายที่ต้องการจากการฝึกอบรม เพื่อให้ทราบชัดถึงจุดมุ่งหมายประการต่าง ๆ ที่พึงจะได้จากการฝึกอบรม ซึ่งการดำเนินการจัดการฝึกอบรมต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดหลักสูตร เนื้อหาวิชา ตลอดจนวิธีการที่ใช้ฝึกอบรม ก็ย่อมจะกระทำบนพื้นฐานของเป้าหมายดังกล่าวนี้
   
การกำหนดเนื้อหาและหัวข้อการอบรม
  การกำหนดเนื้อหาหรือหัวข้อในการอบรม หมายถึง การพิจารณาว่า เพื่อที่จะเสริมความรู้ความสามารถให้ได้ผลตามที่ต้องการนั้น จะต้องมีการอบรมในเรื่องอะไรบ้าง รวมถึงการพิจารณาส่วนประกอบของเนื้อหาหลักสูตรและหัวเรื่องที่จะอบรม ซึ่งก็คือ การจัดหลักสูตรและหัวข้อเรื่องที่จะอบรมนั่นเอง
   
การกำหนดรูปแบบการฝึกอบรม
  การกำหนดรูปแบบของวิธีการฝึกอบรม รวมถึงการใช้สื่อหรือเครื่องมือที่เหมาะสม หมายถึง การพิจารณาว่า เรื่องที่จะอบรมดังกล่าว ถ้าจะให้มีประสิทธิภาพและได้ผลดีนั้น ควรจะใช้วิธีการอบรมแบบใดจึงจะได้ผลดีที่สุด และเหมาะสมกับบุคคลที่จะอบรมและเรื่องที่ต้องการอบรม นอกจากนี้ จะต้องพิจารณาถึงสื่อหรือเครื่องมือ (media) ที่จะใช้อบรมด้วยว่า วิธีการเสนอข้อมูลและความรู้ต่าง ๆ ควรจะใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือชนิดใดถึงจะดีที่สุด ที่จะช่วยให้เกิดการรับรู้และเข้าใจได้ง่าย
   
การดำเนินการฝึกอบรม
 

หลังจากที่ทุกอย่างได้เตรียมการมาครบถ้วนตามขั้นตอนแล้ว ขั้นสุดท้ายก็คือ การเริ่มดำเนินการอบรมตามแผนและตามแนวทางต่าง ๆ ที่ได้พิจารณาและกำหนดไว้แล้ว

เมื่อการอบรมสิ้นสุดลงแล้ว ผลที่ได้ก็คือ พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป อันเป็นผลมาจากการฝึกอบรม ซึ่งการประเมินผลโครงการฝึกอบรมก็คือ การพิจารณาเปรียบเทียบดูว่า พนักงานที่ได้ผ่านการอบรมแล้ว สามารถทำงานได้ผลในระดับที่เป็นมาตรฐานที่ต้องการหรือไม่ ซึ่งหากยังมีปัญหา การแก้ไขก็คงจะดำเนินการใน 3 จุด คือ

ก. การทบทวนพิจารณาดูว่า เนื้อหาและเรื่องหรือหลักสูตรที่ต้องการอบรมเหมาะสมหรือไม่ จะต้องแก้ไขประการใดบ้างหรือเปล่า

ข. การทบทวนว่าวิธีอบรมและสื่อ หรือเครื่องมือที่ใช้เหมาะสมหรือไม่ ควรดัดแปลงเป็นวิธีใด หรือสื่อชนิดไหนควรจะได้ผลดีกว่า

ค. หากมิใช่ปัญหา 2 ประการที่กล่าว บางครั้งปัญหาอาจจะอยู่ที่ตัวพนักงานผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งอาจจะมีปัญหาเรื่องความพร้อมไม่พร้อมในทางจิตวิทยา หรือพื้นฐานการศึกษาต่าง ๆ ด้วย ซึ่งก็อาจจำต้องมีการเสริมหรือแก้ไขในประการอื่นก่อน คือ ต้องทบทวนเกี่ยวกับวิธีการคัดเลือกหรือเตรียมคนผู้ที่จะเข้ารับการอบรม ให้มีระดับพร้อมที่จะเข้าร่วมในโครงการอบรมดังกล่าว

close